Month: January 2019

7 วิธีการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง

เราสามารถลดความเสี่ยงได้มากกว่าครึ่งจริงๆถ้าหากทำตามบทความนี้อย่างเคร่งครัด ไม่มีอะไรที่จะสามารถป้องกันโรคร้ายชนิดนี้ได้ดีไปกว่าพฤติกรรมของตัวเราเองอีกแล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสาเหตุของโรคมะเร็งจำนวน 1 ใน 3 นั้นมาจากรูปแบบไลฟ์สไตล์ของตัวผู้ป่วยเอง รู้อย่างนี้แล้วเราจึงควรเลิกพฤติกรรมหรือกิจกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งให้มากที่สุด เราสามารถเป็นคนสุขภาพดีได้ด้วย “พฤติกรรมดีๆที่เราเลือกสร้างและพฤติกรรมแย่ๆที่เราตัดสินใจจะเลิก” 1.หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด – ในทุกๆปีมีคนจำนวนมากที่ต้องเป็นมะเร็งเพราะโดนแสงแดดมากเกินไป ให้ระวังแสดงแดดตอน 10 โมงเช้า – บ่าย 4 โมงเย็นให้ดีๆ เลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะถ้าโดนแดดเป็นเวลานานก็อาจทำให้กลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ นอกจากนั้นเรายังควรใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดและทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวีอีกด้วย นอกจากนั้นการใส่หมวกและการใส่แว่นตาดำก็ยังช่วยป้องกันรังสีได้ถึง 99% 2.การเลิกสูบบุหรี่ – มันยากสำหรับใครหลายคนแต่ในระยะยาวบุหรี่จะฆ่าเราได้แน่ๆ มันไม่ได้แค่ทำลายเฉพาะแค่ปอดเพียงอย่างเดียวแต่มันจะค่อยๆทำลายอวัยวะภายในทุกส่วนเลย ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งประมาณ 15 ชนิด แล้วไม่ใช่แค่บูหรี่อย่างเดียวที่ต้องเลิกแต่รวมไปถึงยาสูบทุกชนิดเลย 3.ลดความอ้วนให้ได้ – การที่เรามีน้ำหนักมากเกินไปจะทำให้เรามีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมากขึ้น ความอ้วนจะทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งตับอ่อนมากยิ่งขึ้น นอกจากควบคุมอาหารแล้วเรายังต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมุลอิสระสูงอยู่เป็นประจำทุกวันจะช่วยลดโอกาสเป็นมะเร็งได้มากเลยทีเดียว 4.ระวังน้ำยาบ้วนปากให้ดี – พยายามใช้ยี่ห้อที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะเจ้าแอลกอฮอล์นี่แหละที่เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งในช่องปาก ทางที่ดีควรแปรงฟันและใช้ไหมขัดฝันตามปกติ เมื่อถึงคราวจำเป็นแล้วค่อยใช้น้ำยาบ้วนปากก็ได้ 5.การดื่มกาแฟทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม – มีผลการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียว่าการดื่มกาแฟทุกวันช่วยลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้มากถึง 26% ซึ่งเป็นเพราะสารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟนั่นเอง แต่การดื่มกาแฟมากไปก็เป็นพิษต่อร่างกายจึงควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม...

7 วิธีการดูแลหัวใจของคุณให้แข็งแรงสุขภาพดี

โรคหัวใจคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในหลายประเทศ การรู้จักป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจจึงสำคัญมาก ข่าวดีก็คือแค่เพียงเราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในแต่ละวันก็สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้มากแล้ว นอกจากการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่เหมาะสมแล้วก็ไม่มีวิธีการใดที่มันจะได้ผลมากไปกว่าการมีรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสมอีกแล้วล่ะ 1.การทำสมาธิทุกวัน – เป็นอีกหนึ่งวิธีการดูและหัวใจที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง นักวิจัยแนะนำว่าให้ทำสมาธิทุกวันไปเลยจะส่งผลดีต่อหัวใจอย่างมาก เพราะคุณภาพจิตใจที่ดีนั้นส่งผลทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้นไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการทำสมาธิทุกวันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจ ผ่อนคลายความเครียดและลดความดันโลหิตแถมยังทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย 2.การนอนหลับให้เพียงพอ – สำหรับผู้ใหญ่ควรนอนวันละอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงแต่อย่าให้เกินกว่านั้นเพราะจะกลายเป็นการทำลายสุขภาพได้ คุณภาพในการนอนหลับก็เช่นกัน การนอนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความดันโลหิตซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ การนอนหลับอย่างเพียงพอยังส่งผลดีต่ออารมณ์ , ฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย ผลการวิจัยค้นพบว่าคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าของคนที่นอนหลับ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นเราจึงควรนอนหลับให้เพียงพอ 3.การเดินขึ้นลงบันไดเป็นประจำ – ไหนๆก็ต้องเดินทุกวันเพื่อให้สุขภาพดีกันอยู่แล้วการเดินขึ้นลงบันไดทุกครั้งที่มีโอกาสยังช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย หลังจากที่มีการคิดค้นลิฟต์เพื่อเป็นพาหนะขึ้นลงชั้นต่างๆในอาคารจำนวนคนที่เป็นโรคหัวใจก็เพิ่มขึ้นมากเลยนั่นก็เพราะคนไม่ได้อยากขึ้นลงบันไดกันเหมือนเมื่อก่อนแล้วนั่นเอง 4.การดูแลสุขภาพฟัน – ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสุขภาพฟันส่งผลต่อสุขภาพกายโดยรวมจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสุขภาพหัวใจ นั่นก็เพราะคนที่เป็นโรคปริทันต์จะมีความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะว่าแบคทีเรียที่ทำให้เราเป็นโรคเหงือกจะสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองลงไปในเส้นเลือด ทำให้ระดับ “C-reactive protein” สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรหัวใจและหลอดเลือดให้สูงขึ้นไปอีก 5.อย่านั่งนานเกินไป – ในไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการวิจัยเรื่องอันตรายของการนั่งนานเกินไป พบว่าการนั่งนานเป็นอันตรายต่อสุขภาพถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายก็ตาม นี่ถือเป็นข่าวร้ายทำหลับบางอาชีพที่ต้องนั่งทำงานกันทั้งวันเลยทีเดียว จากการสำรวจจากคนประมาณ 80,000 คนก็พบว่า...

7 พฤติกรรมที่จะช่วยให้เรามีอายุยืนมากขึ้น

รูปแบบไลฟ์สไตล์ของคนเราจะส่งผลต่อความอ่อนเยาว์และการมีอายุยืนได้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมเพียงอย่างเดียวเสมอไปหรอกแต่อยู่ตัวสิ่งที่เราทำอยุ่กันทุกวันนี้แหละ หรือพูดง่ายๆเลยคือพฤติกรรมนั้นสำคัญกว่าพันธุกรรมอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะหมดเงินไปกับการดูแลสุขภาพและอาหารเสริมมากน้อยเพียงใด แต่ถ้าหากไม่ได้ทำกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจละก็ไม่มีทางได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน 1.การวิ่งออกกำลังกาย – หนึ่งในวิธีการมีอายุยืนที่ดีมากที่สุดคือการออกกำลังกายแบบแอโรบิคซึ่งจะช่วยในการไหลเวียนของเลือดและดีต่อหัวใจ ผลการวิจัยค้นพบว่าทุกๆการวิ่ง 1 ชั่วโมงจะช่วยเพิ่มอายุให้คุณอีก 7 ชั่วโมง คนที่วิ่งออกกำลังกายทุกวันที่มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลดลง 24-45% นอกจากนี้การวิ่งยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งดีต่อ ไต , ดวงตา , เส้นประสาทและหลอดเลือด และยังช่วยลดความอ้วนได้ดีอีกด้วย 2.การได้รับแสงแดดแต่พอดี – จะช่วยให้ร่างกายผลิตวิตามิน D ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคและช่วยในการบำรุงกระดูกนอกนั้นยังลดความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าอีกด้วย จากผลการวิจัยพบว่าการได้รับแสงแดดมากพอจะช่วยให้อายุยืนขึ้น 30% แต่การได้รับแสงแดดมากไปก็อาจทำให้เป็นมะเร็งได้และรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของคนจำนวนมากก็มักหลีกเลี่ยงแสงแดดกันเป็นส่วนใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าอย่างน้อยก็ขอให้ได้รับแสงแดดอ่อนๆยามเช้า 15-30 นาที ต่อวัน 3.การดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน – แต่ต้องดื่มในระดับที่ไม่มากเกินไปเพราะร่างกายไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกิน 300 มิลลิกรัมในแต่ละวัน และถ้าหากใครที่ร่างกายมีอาการแพ้คาเฟอีนก็ต้องงดการดื่มกาแฟไปเลย การวิจัยพบว่าการดื่มกาแฟทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมไปถึงภาวะสมองเสื่อมและโรคหัวใจอีกด้วย 4.การรับประทานถั่วเป็นประจำ -การวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าคนที่ชอบกินถั่วจะมีโอกาสเสียชีวิตก่อนวันอันควรลดลงถึง 20% เลยทีเดียว นอกนั้นยังไปลดความเสี่ยงของการป่วยเป็นมะเร็ง...